ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??

Posted on กันยายน 20, 2020ปิดความเห็น บน ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??

เชื่อว่า “ช็อกโกแลต” คงเป็นของหวานที่ใครหลาย ๆ คน โปรดปรานกันอย่างมาก เพราะรสชาติของช็อกโกแลตนั้นช่างหอมหวาน ละมุนลิ้น แต่เราก็มักจะได้ยินคนรอบข้างพูดขึ้นว่า “หากกินช็อกโกแลตเยอะระวังสิวจะขึ้นนะ” ทำเอาเหล่าสาวกคนรักช็อกโกแลตต่างพากันลดปริมาณการกินลง เพื่อไม่ให้ไปกระตุ้นการเกิดสิวบนใบหน้า จากคำพูดนี้จึงกลายเป็นข้อสงสัย ที่ผู้คนต่างพากันหาคำตอบ ดังนั้นในวันนี้เราจึงจะพาคุณไปหาคำตอบกันว่า ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว ขึ้นจริงหรือ?? เราตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

ผลการทดลองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของ ช็อคโกแลต กับ การเกิดสิว

ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??

1. Dark chocolate exacerbates acne (2016)

การทดลองนี้ศึกษาผลของการรับประทาน Dark chocolate ว่าจะมีผลกระตุ้นให้สิวแย่ยิ่งขึ้นหรือไม่ ทำการศึกษาใน อาสาสมัครผู้ชาย 25 คนที่มีสิว โดยให้รับประทาน 99% Dark chocolate ปริมาณ 25 กรัม ต่อ วัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พบว่า มีการเพิ่มขึ้นของ acne score, จำนวนสิวอุดตัน (comedone) และ จำสิวอักเสบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในสัปดาห์ที่ 2 จนถึงสัปดาห์ที่ 4 ของการศึกษา

ผลการทดลองที่เราสรุปมาให้ดูกัน คือ การรับประทาน Dark chocolate ปริมาณ 25 กรัม ต่อวัน สามารถเป็นสาเหตุหนึ่งกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบและสิวอุดตันได้ ค่ะ

ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??

2. Double-blind, Placebo-controlled Study Assessing the Effect of Chocolate Consumption in Subjects with a History of Acne Vulgaris (2014)

การทดลองนี้ศึกษาผลของการรับประทานช็อคโกแลตกระตุ้นให้สิวกำเริบมากขึ้นหรือไม่ ทดลองในอาสาสมัครชาย อายุ 18-35 ปี ที่มีประวัติเป็นสิวในระดับเล็กน้อย (Mild) อยู่แล้ว จำนวน 14 คน โดยให้รับประทาน 100% โกโก้ แบบไม่มีการเติมสารให้ความหวาน ผสมกับ ผงไฮโดรไลท์ เจลาติน เตรียมมาให้รับประทานในรูปแบบแคปซูล แบ่งออกเป็น 6 สูตร ที่มีอัตราส่วน ของ 100% โกโก้ : ผงไฮโดรไลท์ เจลาติน ที่แตกต่างกัน คือ 6:0, 5:1, 4:2, 3:3, 2:4,1:5 ตามลำดับ แล้วสุ่มให้อาสาสมัครรับประทาน 2 คน : 1 สูตร ทำการวัดผลหลังเริ่มการทดลองในวันที่ 4 และ 7 พบว่า

– จำนวนของการเกิดสิว (comedone, papule, pustule, nodule) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเบสไลน์ ทั้งในวันที่ 4 (P = 0.006) และ วันที่ 7 (P = 0.043) แต่เมื่อเปรียบเทียบระหว่างวันที่ 4 และ 7 การเพิ่มขึ้นของสิวไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

– เมื่อวัดการเพิ่มขึ้นเฉพาะของสิวที่ไม่มีการอักเสบ (comedone) พบว่า มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งในวันที่ 4 และ 7
– เมื่อวัดเฉพาะสิวที่มีการอักเสบ พบว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เฉพาะวันที่ 4
– พบว่าปริมาณการรับประทานช็อคโกแลต มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเกิดสิวในแต่ละบุคคล ทั้งในวันที่ 4 ( r=0.250) ในระดับน้อย และวันที่ 7 (r=0.314) ในระดับปานกลาง
• คำจำกัดความของ Mild acne ในการทดลองนี้ คือ ต้องมี comedone หรือ papule ไม่น้อยกว่า 1 จุด แต่มีไม่เกิน 4 จุด ไม่พบ pastule บนใบหน้า และเคยมีประวัติของ Acne vulgaris
• ในการทดลองนี้จะไปเอาอาสาสมัครที่เป็นเบาหวาน, โรคอ้วน, และไขมันในเลือดสูง เพื่อตัดปัจจัยเหล่านี้ที่เคยถกเถียงว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการเกิดสิวออกไป
• การทดลองนี้ไม่เลือกผู้หญิงในการทดลอง เพื่อตัดเรื่องความสัมพันธ์ของ การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน การเกิดรอบเดือนซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดสิวออกไป
ผลการทดลองที่เราสรุปมาให้ดูกัน คือ การทดลองนี้ช็อคโกแลตสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวได้ค่ะ และปริมาณการรับประทานช็อคโกแลตมีความสัมพันธ์ ไปในทางเดียวกับการเกิดสิว

ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??
ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??

3. Chocolate consumption modulates cytokine production in healthy individuals (2013)

จากการศึกษานี้ พบว่า ในอาสาสมัคร ที่มีการรับประทาน ช็อคโกแลต เมื่อนำเลือดมาตรวจ จะพบว่ามีการหลั่งของ interleukin-1β (IL-1β) และ IL-10 ซึ่ง 2 ตัวนี้จะให้เกิดการเจริญของเชื้อ Propionibacterium acne และ Staphylcoccus aureus ที่ทำให้เกิดสิว แต่พบว่า IL-22 (มีผลเกี่ยวกับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ) กลับมีปริมาณลดลง
ผลการทดลองที่เราสรุปมาให้ดูกัน คือ จากการทดลองนี้การรับประทานช็อคโกแลตอาจจะส่งผลให้เกิดการอักเสบของสิวมากขึ้น

ดังนั้นจากบทความการวิจัย พบว่า การรับประทานช็อคโกแลต รวมถึงขนมหวาน เค้ก น้ำตาล หรืออาหารที่มีไกลซีมิกอินเด็กซ์สูง เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่อาจจะไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการเกิดสิวยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น ฮอร์โมน, พันธุกรรมที่มีส่วนในการกำหนดสภาพผิว, การรักษาความสะอาด, พฤติกรรม เช่น การเอามือจับหน้าบ่อย ๆ แกะสิวบ่อย ๆ, การใช้เครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดการอุดตัน, เชื้อแบคทีเรีย , ความเครียด ปัจจัยเหล่านี้ก็ล้วนทำให้เกิดสิวได้ทั้งหมดค่ะ

อาหารที่ก่อให้เกิดสิว เมื่อคุณรับประทานมากเกินควร

  • ธัญพืช และน้ำตาลทราย เช่น เครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของน้ำตาล ขนมปังแครกเกอร์ เส้นพาสต้า เป็นต้น มีการศึกษาหนึ่งพบว่าผู้ที่บริโภคน้ำตาล สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้ถึง 30% และผู้ที่บริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเกินมาตรฐาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดสิวขึ้นถึง 20% เลยทีเดียว
  • อาหารจานด่วน เพราะอาหารจานด่วนมักเต็มไปด้วยไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ที่มากพอสมควรทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดสิว โดยมีการศึกษาในวัยรุ่นชาวจีน และวัยกลางคนมากกว่า 5,000 คนพบว่าอาหารที่มีไขมันสูงอย่างอาหารจานด่วน เฟรนช์ฟรายส์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสิวได้ถึง 43%
  • อาหารที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 6  เนื่องจากส่วนประกอบของอาหารล้วนมีโอเมก้า 3 ปะปน เมื่อได้รับอาหารที่เต็มไปด้วยโอเมก้า 6 เพิ่มเข้ามาในร่างกาย เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ทำให้กรดไขมันของ 2 ชนิดนี้ไม่สมดุลกันจนเกิดการเข้าสู่การอักเสบของสิวเพิ่มขึ้น
  • เวย์โปรตีนผง อาหารเสริมยอดนิยมของผู้ที่รักการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยม แต่เวย์โปรตีนอุดมไปด้วยกรดอมิโนลิวซีน (leucine) และกลูตามีน (glutamine) ที่ทำให้เซลล์ผิวเจริญเติบโตแบ่งตัวออกอย่างรวดเร็วนำไปสู่การก่อตัวของสิว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับบทความที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ คงทำให้สาว ๆ รู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าช็อกโกแลตไม่ได้ทำให้เกิดสิว แต่เป็นตัวกระตุ้นทำให้สิวนั้นเกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาวกของช็อกโกแลตนั้นยิ้มออกกันเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำให้คุณทานช็อกโกแลตแต่พอเหมาะ ถึงแม้ว่าช็อกโกแลตจะไม่ได้เป็นตัวทำให้เกิดสิว แต่การกินของหวานมาก ๆ ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ได้นะคะ

คราวนี้มาดู 12 ตำแหน่งสิวบ่งบอกโรค!! เรื่องสิว สิว ที่เป็นปัญหากวนใจของสาวหลาย ๆ คน  สิวนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทั้งจากฝุ่นควัน การทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่สะอาด ความเครียดและฮอร์โมน 

เรื่องแนะนำ : 5 วัฒนธรรมสุดแปลกในอินโดนีเซีย ที่คุณอาจะไม่รู้จัก!

ปิดความเห็น บน ช็อกโกแลตทำให้เกิดสิว จริงหรือ??